บทคัดย่อ

posted on 28 Mar 2009 17:20 by taweeknowledge

                                                                 
    
บทคัดย่อ
หัวข้อการรายงาน รายงานการพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์

 เรื่องการแก้โจทย์ ปัญหาร้อยละ
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
ผู้รายงาน นายทวี จุลพันธ์ปีการศึกษา 2551

       การพัฒนาแบบฝึกเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนา ศึกษาคุณภาพ ประสิทธิภาพ และผลการใช้แบบฝึกเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์ เรื่องการแก้โจทย์ปัญหาร้อยละของนักเรียน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2
มีการดำเนินการ 3 ส่วน ดังนี้

1. การสร้างแบบฝึกทักษะ ประกอบด้วยเอกสารประกอบการสอน 2 รายการ คือ แบบฝึกเสริมทักษะ สำหรับนักเรียน จำนวน 3 เล่ม และคู่มือการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ จำนวน
1 เล่ม

 2. การศึกษาคุณภาพของแบบฝึกเสริมทักษะ จากผลการประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิ
ที่ผู้รายงานขอความอนุเคราะห์ให้ความเห็นและตัดสินระดับคุณภาพของแบบฝึกเสริมทักษะจำนวน 15 ท่าน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูล และแบบประเมินคุณภาพแบบฝึกเสริมทักษะจำนวน 22 ข้อ และแบบประเมินคุณภาพคู่มือการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ จำนวน 15 ข้อ

3. การทดลองใช้ เพื่อศึกษาประสิทธิภาพและผลการใช้แบบฝึกเสริมทักษะทำการทดสอบก่อนเรียนแล้วทำการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะที่สร้างขึ้นและทดสอบระหว่างเรียนตามกิจกรรมที่กำหนดไว้ในแผนการจัดการเรียนรู้ เมื่อจบบทเรียนทำการสอบถามความพึงพอใจ
ของนักเรียน และทดสอบหลังเรียนอีกครั้งหนึ่ง นำผลการทดสอบก่อนเรียนกับผลการทดสอบหลังเรียนมาเปรียบเทียบความก้าวหน้าของผู้เรียนเพื่อหาผลการใช้แบบฝึกเสริมทักษะพร้อมทั้งประเมินระหว่างเรียน และนำผลการทดสอบระหว่างเรียนกับผลการทดสอบหลังเรียนมาหาประสิทธิภาพของแบบฝึกเสริมทักษะ มีกลุ่มตัวอย่างซึ่งเลือกแบบเจาะจง เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านใหม่คลองเคียน ปีการศึกษา 2550 จำนวน 11 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล มี 2 ชนิด คือ แบบทดสอบก่อนและหลังเรียนเป็นแบบทดสอบชนิดเลือกตอบหลายตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ และแบบทดสอบระหว่างเรียนใช้แบบทดสอบแบบเลือกตอบหลายตัวเลือก ใช้เมื่อ
เรียนจบแต่ละเรื่องรวม 3 เรื่องๆ ละ 20 ข้อ

ผลการพัฒนาสรุปได้ดังนี้

1. ผลการพัฒนา แบบฝึกเสริมทักษะวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง การแก้โจทย์ปัญหาร้อยละ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เอกสารประกอบการสอนเสริมทักษะที่ผลิตขึ้นประกอบด้วย เอกสาร 2 รายการ คือ แบบฝึกเสริมทักษะจำนวน 3 เล่ม คู่มือการการสอนโดยใช้แบบฝึกเสริมทักษะ 1เล่ม จำนวน 9 แผนการเรียนรู้ ใช้เวลาจัดการเรียนการสอน 9 ชั่วโมง

 2. ผลการประเมินคุณภาพของแบบฝึกเสริมทักษะที่ผู้รายงานพัฒนาขึ้น อยู่ในระดับดีมาก เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่า เอกสารทั้งสองชุดมีผลการประเมินอยู่ในระดับดีมากเช่นเดียวกัน

3. ผลการศึกษาประสิทธิภาพ และผลการทดลองใช้แบบฝึกเสริมทักษะปรากฏว่า นักเรียนมีผลการทดสอบก่อนเรียนเฉลี่ยอยู่ในระดับต้องปรับปรุงโดยมีนักเรียนที่มีผลการทดสอบอยู่ในระดับปรับปรุงเจ็ดคนคิดเป็นร้อยละ 63.64 และระดับพอใช้สี่คนคิดเป็นร้อยละ 36.36 โดยคะแนนสูงสุดเท่ากับร้อยละ 56.67 และต่ำสุดเท่ากับร้อยละ 30.00 ผลการทดสอบระหว่างเรียนของนักเรียนเฉลี่ยอยู่ในระดับดีมากโดยนักเรียนส่วนใหญ่มีผลการทดสอบอยู่ในระดับดีมากเก้าคนคิดเป็นร้อยละ 81.82 นักเรียนมีผลการทดสอบในระดับดี จำนวนสองคน คิดเป็นร้อยละ 18.18 คะแนนสูงสุดเท่ากับร้อยละ 90.00และต่ำสุดเท่ากับร้อยละ 78.33 ผลการทดสอบหลังเรียนเฉลี่ยอยู่ในระดับดี
โดยมีนักเรียนมีผลการทดสอบอยู่ในระดับดีมากจำนวนห้าคน คิดเป็นร้อยละ 45.45 และระดับดีจำนวนหกคน คิดเป็นร้อยละ 54.54 โดยคะแนนสูงสุดเท่ากับร้อยละ 93.33 และต่ำสุดเท่ากับร้อยละ 70.00 แบบฝึกเสริมทักษะที่ผู้รายงานพัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยผลการทดสอบหลังเรียนต่ำกว่าผลการทดสอบระหว่างเรียนเล็กน้อย เมื่อพิจารณาผลการทดสอบของนักเรียน เป็นรายบุคคล พบว่า เป็นไปตามเกณฑ์ประสิทธิภาพ ที่กำหนดทุกคน แบบฝึกเสริมทักษะที่พัฒนาขึ้น สามารถช่วยให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องโจทย์ปัญหาร้อยละสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยผลการทดสอบหลังเรียนสูงกว่าผลการทดสอบก่อนเรียนเฉลี่ยร้อยละ 36.97 เมื่อพิจารณาผลการทดสอบของนักเรียนเป็นรายบุคคล พบว่า คะแนนทดสอบหลังเรียนสูงกว่าคะแนนทดสอบก่อนเรียนทุกคน ความก้าวหน้า สูงสุดเท่ากับร้อยละ 46.67 และนักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาในรายละเอียด พบว่า
นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากสองรายการคือ ช่วยให้มีความรู้ชอบการเรียนคณิตศาสตร์มากขึ้น และแบบฝึกทักษะมีความยากง่ายเหมาะสมกับความสามารถของนักเรียน ซึ่งเป็นรายการที่มีระดับความพึงพอใจน้อยกว่ารายการอื่นๆ ที่มีความพึงพอใจมากที่สุด คือ ทั้งรายการที่มีผลการประเมินความพึงพอใจสูงที่สุดคือ ทำให้มีความรู้ความเข้าใจ และเกิดทักษะการคิดเลขโจทย์ปัญหาร้อยละได้ดีขึ้น

 

 

 

edit @ 28 Mar 2009 19:39:33 by ทวี จุลพันธ์

Comment

Comment:

Tweet

it's good to see this information in your post, i was looking the same but there was not any proper resource, thanx now i have the link which i was looking for my research.

#8 By Dissertation Writing (119.155.45.151) on 2011-02-07 05:26

I have been visiting various blogs for my Dissertation writing
research. I have found your blog to be quite useful. Keep updating your blog with valuable information....... Regards

#7 By Dissertation writing (119.157.186.193) on 2010-09-29 14:57

ขอโทษครับ ไม่เคยเรียนที่นั่นครับบ ตอบช้าไปหน่อย

#6 By ทวี จุลพันธ์ on 2010-04-11 21:07

ใช่ครับผม

#5 By ทวี จุลพันธ์ on 2010-04-11 21:06

ขอโทษนะคะ อาจารย์ทวี จุลพันธ์ เคยเรียนประถมที่โรงเรียนวิชัยวิทยาหรือเปล่า ถ้าไม่ใช่ต้องขอโทษด้วยค่ะ

#4 By อรพรรณ (203.150.206.170) on 2010-04-02 16:08

#3 By สมจิตร จัตุรัส (117.47.166.104) on 2009-10-13 16:43

#2 By สมจิตร จัตุรัส (117.47.166.104) on 2009-10-13 16:42

#1 By (117.47.166.104) on 2009-10-13 16:42